TH

สิ่งแรกที่ควรพิจารณา เมื่ออยากผลิตและขายเครื่องสำอาง

สิ่งแรกที่ควรพิจารณา เมื่ออยากผลิตและขายเครื่องสำอาง

สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้

หากคุณอยากมีแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง บทความนี้จะให้ภาพรวมที่ควรพิจารณา ว่ามีเรื่องใดบ้างที่ควรรู้ เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในการทำแบรนด์เครื่องสำอาง

แม้ว่าบทความนี้จะยังไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกในแต่ละประเด็น เนื่องจากทุก ๆ เรื่องที่กล่าวมานั้น ต่างก็มีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจอีกมาก ไม่สามารถนำมาเขียนในบทความเดียวได้หมด แต่สิ่งที่บทความนี้กล่าวถึง จะช่วยเป็นแนวทางสำคัญเบื้องต้นให้คุณนำไปพิจารณาและศึกษาต่อในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ข้อสรุปสำคัญ หากคุณไม่มีเวลาอ่าน
6 เรื่องที่คุณควรพิจารณา เมื่อต้องการเริ่มทำธุรกิจขายเครื่องสำอาง ได้แก่

สารบัญ

“อยากมีแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง” เป็นความฝันของใครหลายคน แต่เมื่อมีแบรนด์สินค้าขึ้นมาแล้ว การวางแผนเพื่อที่จะต้องขายให้ประสบความสำเร็จ ถือเป็นยาขมหม้อหนึ่งที่นักฝันทุกคนต้องพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากคุณเข้าใจแนวทางเบื้องต้นแล้ว การที่จะประสบความสำเร็จในการผลิต ขาย และสร้างแบรนด์สักแบรนด์หนึ่งก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สำหรับคนที่สนใจการปั้นแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง สิ่งแรกที่ควรพิจารณา หากต้องการผลิตและขายเครื่องสำอาง มีอยู่ 6 ขั้นตอน ดังนี้

6 ขั้นตอนต้องรู้ สำหรับผู้ที่ต้องการทำแบรนด์เครื่องสำอาง

1. ค้นคว้า ทำความรู้จักตลาด

ทำความเข้าใจตลาดหรืออุตสาหกรรมที่คุณสนใจ รู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณ (target audience) ทำความเข้าใจสถานการณ์การแข่งขันที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา ได้แก่ ความเข้มข้นทางการแข่งขัน คู่แข่งทางตรง (คนที่ทำสินค้าแบบเดียวกับคุณ), คู่แข่งทางอ้อม (คนที่ทำสินค้าแตกต่างจากคุณ แต่อาจทำให้คุณเสียส่วนแบ่งการตลาดให้), ความได้เปรียบ-เสียเปรียบ, จุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่งที่ตลาดกำลังให้ความสนใจ

2.พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์และมีคุณภาพสูง

“สินค้าที่ดี จะขายตัวมันเอง” จริงอยู่ที่ว่าสินค้าขายตัวมันเองไม่ได้ ต้องมีนักขายหรือนักการตลาดมาช่วยทำให้ผู้คนรู้จักสินค้าเหล่านี้ แต่อยากให้คุณลองสังเกตตัวเองดูว่า ตอนที่คุณได้ใช้สินค้าคุณภาพสูง และไม่เคยผิดหวังจากสินค้าที่คุณเชื่อมั่นเลย คุณจะมีแนวโน้มที่จะซื้อซ้ำอยู่เรื่อย ๆ และถ้ามีโอกาส คุณก็จะแนะนำให้คนที่คุณรักหรือคนรอบตัวของคุณให้ใช้สินค้าตามบ้าง

ดังนั้น ต่อให้ทำการตลาดมาอย่างเข้มข้น แต่ถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพที่ดี ใช้แล้วไม่เห็นผล ลูกค้าก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นแทน เราจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าที่ดีจริง ๆ (และแม้แต่เราเองยังรักและเชื่อมั่น) ออกมาก่อนที่จะเริ่มนำไปขาย

3. ทำให้ทุกอย่างถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก

คุณควรตระหนักว่าการทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถูกกฎหมาย ถูกจริยธรรม ตั้งแต่แรกเริ่มที่คิดจะทำธุรกิจ จะช่วยเป็นปราการด่านแรกที่ทำให้แบรนด์และสินค้าของคุณปราศจากอันตรายและอุปสรรคในระยะยาว ดังนั้น หลังจากพัฒนาสินค้าขึ้นมาแล้ว ก่อนที่จะเริ่มสร้างแบรนด์หรือนำไปโปรโมท สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับถัดไปคือ การยื่นขอใบอนุญาตเครื่องสำอาง หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่า “การยื่นขอ อย.”

นอกจากนี้ การศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลักษณะสินค้าของคุณ เพื่อให้ทราบถึงสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำในระหว่างดำเนินธุรกิจให้ชัดเจนที่สุดก่อนที่จะเริ่มต้น เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องมาเสียใจภายหลังนั่นเอง หากธุรกิจต้องมาสะดุดกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

4. เริ่มสร้างแบรนด์ โดยเริ่มจาก “ตัวตน (identity)”

ทุกคนมีเวลาแค่ 24 ชั่วโมงเท่า ๆ กัน ไม่มีใครอยากเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่น่าจดจำ หรือไม่โดดเด่นพอที่จะทำให้เขาจำได้ (ลูกค้าของคุณเองก็เช่นกัน) การสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และน่าจดจำโดดเด่นเหนือคู่แข่งจึงเป็นเรื่องสำคัญ ลองพิจารณาดูว่า ตัวตนของแบรนด์ หรือที่เรียกว่า Brand Identity ของสินค้าของเรามีคุณลักษณะเฉพาะตัวอย่างไร ได้แก่ ชื่อแบรนด์ สโลแกน โลโก้ สีของแบรนด์ โทนการนำเสนอเนื้อหาเรื่องเล่าของแบรนด์ รวมทั้งการดีไซน์ทุกอย่างที่ต้องใช้ในการโปรโมทแบรนด์ เช่น เว็บไซต์ นามบัตร ใบปลิว และแบนเนอร์เพื่อการโฆษณา เป็นต้น

การใช้เวลาในเรื่องนี้จะช่วยให้แบรนด์ของคุณเป็นที่จดจำได้ และช่วยให้การขายสินค้าของคุณง่ายขึ้นในระยะยาว

5. ทำการตลาดให้สอดคล้องกับแบรนด์

เมื่อพัฒนาสินค้าออกมาได้แล้ว มีแผนพัฒนาแบรนด์ที่ใช่แล้ว คุณควรโปรโมทสินค้าผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย ได้แก่ การตลาดแบบออนไลน์ โดยเฉพาะการสร้างเว็บไซต์และการโปรโมทผ่าน Social Network รวมถึงการทำตลาดแบบออฟไลน์

ข้อแม้อย่างหนึ่งว่า ทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มโปรโมทหรือทำการตลาดออกสู่สาธารณะ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า แคมเปญเหล่านี้สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ที่คุณออกแบบไว้หรือไม่?

6. ทำให้ลูกค้าซื้อซ้ำและจนกลายมาเป็นกระบอกเสียงให้กับคุณ

1.รักษาสัญญาเสมอ: คำว่า “แบรนด์” มีหลักการที่สำคัญที่สุดอยู่ข้อหนึ่ง คือ “การส่งมอบคุณค่าของสินค้าให้กับลูกค้า และรักษาสัญญาว่าจะส่งมอบคุณค่าลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง” ไม่มีใครอยากเซอร์ไพรซ์กับสินค้าที่วันก่อนเคยซื้อแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่มาซื้อวันนี้กลับได้ผลลัพธ์ไม่ดีอย่างที่คิด เมื่อใดก็ตามที่แบรนด์ผิดสัญญาที่มีต่อลูกค้าแม้แต่ครั้งเดียว อาจทำให้ลูกค้าบางกลุ่มไม่กลับมาซื้อสินค้าของคุณอีกเลย

2.การให้บริการลูกค้า: ซึ่งหมายถึงการให้บริการตั้งแต่ก่อนการขาย ไปจนถึงหลังการขายอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ลูกค้าของคุณรู้สึกเชื่อมโยงและเป็นส่วนหนึ่งในแบรนด์ที่คุณสร้างขึ้น

3.พัฒนาฐานลูกค้าและสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง: เมื่อลูกค้าเริ่มติดแบรนด์ของคุณ เขาจะเริ่มกลายเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญให้กับคุณ การที่ลูกค้าเริ่มกลายมาเป็นสมาชิกแบรนด์ของคุณและเริ่มนำเรื่องราวดี ๆ ของสินค้าไปบอกต่อ ถือเป็นความฝันอันสูงสุดของนักสร้างแบรนด์ สิ่งสำคัญอันดับถัดไปที่ควรรีบทำเมื่อมีเวลา คือ การสร้างชุมชน (community) ของลูกค้าที่เชื่อมั่นในแบรนด์ของคุณ เนื่องจากชุมชนเป็นช่องทางการขายอย่างหนึ่งที่คุณสร้างขึ้นเอง (owned media) การโปรโมทสินค้าหรือแคมเปญการตลาดใด ๆ ก็ตามผ่านช่องทางเหล่านี้ จะมีประสิทธิภาพสูงมาก (เพราะทุกคนเชื่อในสินค้าของคุณอยู่แล้ว) อีกทั้งยังไม่มีค่าใช้จ่ายเหมือนช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ

สรุป
ด้านที่ควรพิจารณา
คำอธิบาย
เหตุผลที่ควรทำ
ค้นคว้า ทำความรู้จักตลาด
ทำความเข้าใจอุตสาหกรรมและตลาด, รู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณ, ทำความเข้าใจสถานการณ์การแข่งขันที่เกิดขึ้นจริง
เพื่อให้ทราบว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของตลาด และรู้วิธีที่จะเข้าไปทำตลาดอย่างถูกต้อง สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์และมีคุณภาพ
ทำสินค้าให้มีดีตั้งแต่แรก เน้นไปที่คุณภาพและคุณสมบัติของสินค้าที่ใช้แล้วเห็นผลลัพธ์อย่างยั่งยืน
เพราะ “สินค้า” เป็นพื้นฐานสำคัญในการทำธุรกิจ ดังนั้นข้อนี้จึงเป็นข้อที่สำคัญที่สุด เพื่อให้เกิดยอดขายที่ดีในระยะยาว และทำให้แบรนด์ของคุณเข้มแข็ง
ทำให้ทุกอย่างถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก
ศึกษากฎหมาย และค่านิยมที่สังคมคาดหวัง และควรทำให้ถูกต้องตั้งแต่แรก หากเป็นสินค้าเครื่องสำอาง ควรยื่นขอ อย. ก่อนเริ่มขาย
การทำทุกอย่างให้ถูกต้องและสอดคล้องกับค่านิยมหรือกฎหมาย จะช่วยป้องกันโอกาสที่จะถูกกล่าวโทษหรือถูกลงโทษทางกฎหมายได้ ช่วยให้คุณขายสินค้าได้อย่างไม่สะดุดและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
เริ่มสร้างแบรนด์
พัฒนาตัวตนของแบรนด์ และออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ของแบรนด์ เพื่อให้คนจดจำสินค้าของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น
เพราะทุกคนมีเวลาจำกัด จึงเป็นเรื่องยากที่กลุ่มเป้าหมายจะจดจำสินค้าที่ไม่มีแบรนด์ การมีแบรนด์จะช่วยให้สินค้าง่ายต่อการจดจำ และช่วยเสริมแรงในการขายและการทำการตลาดได้ดี
ทำการตลาดให้สอดคล้องกับแบรนด์
โปรโมทสินค้าและทำการตลาดผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแบรนด์ที่วางไว้
เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดยอดขาย ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะหากเป็นการตลาดที่สอดคล้องกับแบรนด์แล้ว จะยิ่งช่วยให้แบรนด์ของคุณเข้มแข็งมากขึ้น
ทำให้ลูกค้าซื้อซ้ำ และกลายเป็นกระบอกเสียงให้คุณ
รักษาสัญญาด้วยการผลิตสินค้าที่ดี มีคุณภาพคงเส้นคงวา และทำตามที่แบรนด์สัญญาไว้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
เพราะลูกค้าที่จงรักภักดีกับแบรนด์ของคุณ จะกลายเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญที่ช่วยโปรโมทสินค้าให้คุณ เขายังทำหน้าที่ได้ดีกว่านักขายของคุณอีกด้วย (คนเรามักจะเชื่อเพื่อนฝูงคนรู้จัก มากกว่านักขายหรือนักโฆษณา)